IFC’s Support to Expand E-Mobility on Chao Phraya River, Reduce Air Pollution in Bangkok
IFC จับมือเรือด่วนฯ ดันโครงการเรือไฟฟ้า บนแม่น้ำเจ้าพระยา ลดมลพิษในกรุงเทพ

CPX

2022/04/27

Bangkok, Thailand, April 27, 2022—Bangkok is about to get brand new electric boats, with IFC and Chao Phraya Express Boat Co., Ltd. (CPX) joining hands to expand e-mobility on one of the city’s main waterways. This will also allow the city to lessen road congestion and air pollution while reducing greenhouse-gas (GHG) emissions and supporting the country’s climate goals.

According to recent estimates, in 2021, commuters lost 114 hours while being stuck in traffic. This negatively impacted business operations and the air quality of the city, home to 10 million people. With IFC’s support, CPX— the lead provider of water transportation services in Bangkok—plans to green its operations by purchasing 30 electric boats to ferry people on Chao Phraya River, seating 250 passengers each, while gradually phasing out its fleet of diesel boats.

Over the next 12 months, IFC will work with CPX to develop bankable and sustainable investment projects, especially on procuring and operating electric boats, helping the company develop robust environmental, safety, and social standards in line with international guidelines and best practices.

“It has always been our mission to minimize the impact on the environment. In order to achieve our goal and to support government initiatives, we have been working with the leading companies in the industry to research on the viability of e-boats for mass transit and are now ready to make our transition forward.” said Supapan Pichaironarongsongkram, Chairperson of CPX & Supatra Group “Working with IFC— the global development institution that has had many success in helping to establish market opportunities in many developing nations like Thailand — marks a significant step for us in achieving a sustainable transportation infrastructure for the marine industry and reaching international standards for Thailand.”

CPX’s express boats operations are connected to the Bangkok Mass Transit System (BTS) and the Metropolitan Rapid Transit (MRT) stations, making it an integral part of Bangkok’s public transport system. CPX has over 50 years of experience in operating boats on the Chao Phraya River, carrying an average of 11 million passengers annually.

IFC’s support in developing the country’s first e-boat deployments is in line with the government’s initiative to boost the country’s electric vehicle industry and reach its net-zero carbon emissions target by 2050.

“A collaborative effort across public and private sectors is key to tackling climate change. By supporting a locally established market player, IFC hopes to increase market competitiveness and encourage more companies in Thailand to make sustainable investments and create green jobs,” said Jane Yuan Xu, Country Manager for Thailand and Myanmar, IFC. “Supporting women entrepreneurs is one of IFC’s priorities in Thailand as well as globally. In alignment, we are proud to support a family-run business led by four generations of Thai women leaders.”

IFC combines investment and advisory to foster sustainable economic growth in Thailand’s private sector. As of June 2021, IFC’s committed portfolio in Thailand is $875 million.

กรุงเทพมหานครกำลังจะมีเรือไฟฟ้าลำใหม่ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของ IFC - International Finance Corporation และ บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ในการเพิ่มจำนวนยานยนต์ไฟฟ้า (E-Mobility) บนเส้นทางสัญจรทางน้ำหลักของกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะช่วยให้ลดความแออัดของถนนและมลพิษทางอากาศ พร้อมกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนในการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพอากาศของประเทศ

ตามการประมาณการล่าสุดในปี2564 ผู้โดยสารสูญเสียเวลาจำนวน 114 ชั่วโมงเพื่ออยู่ในการจราจรที่ติดขัด ซึ่งส่งผลกระทบในทางลบต่อการดำเนินธุรกิจและคุณภาพอากาศของเมืองหลวงที่มีประชากร 10 ล้านคน ด้วยการสนับสนุนจากIFC เรือด่วนเจ้าพระยา ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขนส่งทางน้ำชั้นนำในกรุงเทพฯ วางแผนที่จะทำให้การประกอบการเดินเรือของบริษัทเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยการจัดซื้อเรือไฟฟ้า 30 ลำเพื่อใช้สำหรับเป็นเรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยาแต่ละลำสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 250 คนโดยที่จะทยอยเลิกใช้เรือดีเซลไปพร้อมๆ กัน
ภายใน 12 เดือนข้างหน้า IFC และเรือด่วนเจ้าพระยา จะร่วมกันศึกษาเพื่อพัฒนาโครงการเรือโดยสารไฟฟ้าให้สอดคล้องกับการลงทุนที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการเลือกใช้เทคโนโลยีในการออกแบบและการเดินเรือโดยสารไฟฟ้าที่เหมาะสม และช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในการประกอบธุรกิจเรือโดยสารของเรือด่วนเจ้าพระยาให้เทียบเท่ามาตรฐานและแนวปฏิบัติระดับสากล
“ภารกิจของเราคือการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุด ในการที่จะบรรลุเป้าหมายของเราและสนับสนุนนโยบายของภาครัฐนั้น เราได้ทำงานร่วมกับบริษัทชั้นนำหลายแห่งเพื่อศึกษาโอกาสและความเป็นไปได้ของเรือไฟฟ้าสำหรับระบบขนส่งมวลชน ซึ่งขณะนี้ ดิฉันคิดว่าเรามีความพร้อมแล้วที่จะเปลี่ยนแปลงสู่อนาคต” นางสุภาพรรณ พิชัยณรงค์สงคราม ประธานกรรมการบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด และกลุ่มบริษัทสุภัทรากล่าว “การทำงานร่วมกับ IFC ซึ่งเป็นสถาบันระดับโลกที่ประสบความสำเร็จมากมายในการช่วยสร้างโอกาสทางการตลาดในประเทศกำลังพัฒนาหลายๆ แห่งรวมถึงประเทศไทยนับเป็นก้าวสำคัญสำหรับเราในการบรรลุโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งที่ยั่งยืนสำหรับอุตสาหกรรมการเดินเรือและทำให้ประเทศไทยสามารถบรรลุมาตรฐานสากลได้”
การให้บริการเดินเรือโดยสารของเรือด่วนเจ้าพระยามีการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTS) และสถานีขนส่งมวลชนกรุงเทพ (MRT) ทำให้บริการนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบขนส่งสาธารณะของกรุงเทพฯ เรือด่วนเจ้าพระยามีประสบการณ์มากกว่า 50 ปีในการเดินเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา รองรับผู้โดยสารเฉลี่ย11ล้านคนต่อปี
การสนับสนุนของ IFC ในการพัฒนาการต่อเรือไฟฟ้าครั้งแรกของประเทศข้างต้น สอดคล้องกับความคิดริเริ่มของรัฐบาลในการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศและเพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในปี 2593
“ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการสนับสนุนผู้เล่นในตลาดที่อยู่ในพื้นที่อยู่แล้วIFC หวังที่จะเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางการตลาดและสนับสนุนให้บริษัทต่างๆในประเทศไทยลงทุนอย่างยั่งยืนและสร้างงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” เจน หยวน ซู (Jane Yuan Xu) ผู้จัดการประจำประเทศเมียนมาร์และประเทศไทยของ IFC กล่าว “การสนับสนุนผู้ประกอบการสตรีเป็นหนึ่งในความสำคัญของ IFC ในประเทศไทยและทั่วโลก ในทำนองเดียวกัน IFC ภูมิใจที่ได้สนับสนุนธุรกิจที่ดำเนินกิจการโดยครอบครัวซึ่งบริหารจัดการโดยผู้นำสตรีคนไทยยาวนานถึงสี่รุ่น”
IFC ผสมผสานการลงทุนและการให้คำปรึกษาเพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในภาคเอกชนของประเทศไทย ณ เดือนมิถุนายน 2564 IFC ให้คำมั่นที่จะสนับสนุนเงินทุนในประเทศไทยอยู่ที่ 875 ล้านเหรียญสหรัฐ