เรือด่วนฯ ผนึกกำลัง SHARGE เดินหน้าสร้างสถานีชาร์จเรือไฟฟ้าตามท่าเรือ นำร่องที่ท่ามหาราชเป็นแห่งแรก

CPX

2022/04/18

เรือด่วนเจ้าพระยา ผนึกกำลังกับ SHARGE เดินหน้าพัฒนาโครงการ “เรือไฟฟ้า” ร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมโดยนำพลังงานสะอาดมาใช้ทดแทน โดยอยู่ในช่วงวิจัยและพัฒนา คาดว่าจะออกแบบเรือไฟฟ้าให้แล้วเสร็จภายในปี 2565 นี้ ตั้งเป้าพร้อมสร้างเรือไฟฟ้าครบ 30 ลำ ภายใน 5 – 6 ปี สอดคล้องกับเป้าหมายของคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติที่มุ่งให้เกิดยานพาหนะที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle) พร้อมทั้งสนับสนุนให้สร้างสถานีชาร์จเรือไฟฟ้าแห่งแรกที่ท่ามหาราช ถือว่าได้ว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานทดแทนในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

นางสาว ณัฐปรี พิชัยรณรงค์สงคราม กรรมการบริหาร บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ผู้นำด้านการให้บริการเรือโดยสารรอบแม่น้ำเจ้าพระยาที่ดำเนินกิจการมายาวนานกว่า 50 ปี ได้เปิดเผยว่า บริษัทมีความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด จากเรือโดยสารสันดาปภายในแทนที่ด้วยเรือโดยสารไฟฟ้า เนื่องจากเล็งเห็นถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม และต้องการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยให้มากขึ้น โดยมีการร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ดำเนินการได้อย่างราบรื่น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของทางภาครัฐที่ต้องการผลักดันให้ธุรกิจต่างๆ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และหันมาเลือกใช้พลังงานสะอาดทดแทน ส่งผลดีกับทั้งผู้โดยสาร ผู้พักอาศัยริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตลอดจนสังคมส่วนรวม
“การเปลี่ยนผ่านจากเรือสันดาปภายในสู่เรือไฟฟ้า มีปัจจัยสำคัญหลายอย่างที่ทางบริษัทให้ความสำคัญ ทั้งในเรื่องของความปลอดภัยของพลังงานที่นำมาใช้ ขีดความสามารถของเรือ จำนวนชั่วโมงที่ใช้งานได้ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง รวมไปถึงความพร้อมของสถานีชาร์จไฟฟ้า ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ SHARGE พันธมิตรสำคัญที่ร่วมมือกันพัฒนาและสนับสนุนในการสร้างสถานีชาร์จเรือไฟฟ้าให้มีความพร้อม และเพียงพอต่อการใช้งานในอนาคต” นางสาว ณัฐปรี กล่าว
โดยทางบริษัทได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะพัฒนาเรือไฟฟ้าให้แล้วเสร็จภายในปี 2565 นี้ หลังจากนั้นจะนำมาทดสอบประสิทธิภาพว่าเหมาะสมกับการใช้งานหรือไม่ หากเรือไฟฟ้าต้นแบบมีขีดความสามารถในการปฏิบัติงานเพียงพอต่อการความต้องการของผู้โดยสาร บริษัทจึงจะดำเนินการผลิตเรือไฟฟ้าปีละ 5 - 6 ลำ และจะต้องครบ 30 ลำ ภายใน 5 - 6 ปีต่อจากนี้ เพื่อผลักดันและส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงานสะอาด โดยจะมีเรือไฟฟ้าอยู่ 2 ขนาดด้วยกัน ได้แก่ ขนาดความจุผู้โดยสาร 200 คน และ 250 คน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มนำร่องให้บริการภายในปี 2565 นี้
ด้านนายพีระภัทร ศิริจันทโรภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด (SHARGE) กล่าวว่า เนื่องจากวิสัยทัศน์ของ SHARGE คือ Scale Up EV Future ด้วยการมุ่งมั่นพัฒนาสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และยังคงมองหาพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อขยายขอบเขตของสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าไปสู่สถานีชาร์จเรือไฟฟ้า ทำให้เกิดการลงนามความร่วมมือกับบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการร่วมมือครั้งสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ภาคธุรกิจเลือกใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น
“ที่ผ่านมา เวลาพูดถึง EV คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงรถยนต์ไฟฟ้า แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีพาหนะอีกมากมายที่สามารถเปลี่ยนมาเป็น EV ได้ ในวันนี้ ทาง SHARGE และเรือด่วนเจ้าพระยา จึงร่วมมือกันเปลี่ยนผ่านเรือสันดาปภายในไปสู่เรือไฟฟ้า เพื่อช่วยประหยัดพลังงานและลดมลพิษในอากาศ” นายพีระภัทร กล่าว
โดย SHARGE จะเข้ามาพัฒนาและสนับสนุนในการสร้างสถานีชาร์จเรือไฟฟ้าแบบกระแสตรง (DC) ตามเส้นทางของเรือด่วนเจ้าพระยา เพื่อให้เกิดโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะทยอยสร้างไว้ตามท่าเรือต่างๆ ให้เพียงพอต่อการใช้งานในอนาคต พร้อมตั้งเป้าให้แต่ละสถานีมีหัวชาร์จไฟฟ้าความเร็วสูง 360 kW อย่างน้อย 40 หัว ภายในเวลา 5 ปี เพื่อให้เรือทุกลำสามารถชาร์จได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว และสามารถแล่นสัญจรได้ตลอดทั้งวัน ซึ่งจะเริ่มนำร่องที่ท่ามหาราข คอมมูนิตี้มอลล์เป็นแห่งแรก
สำหรับบริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ SHARGE เป็นผู้ให้บริการ EV Charging Solution แบบครบวงจร โดยจะให้บริการใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ 1.การขายอุปกรณ์และบริการที่เกี่ยวข้อง 2.การเป็นเจ้าของสถานีชาร์จ 3.การให้บริการแอปพลิเคชัน SHARGE และการจัดการซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด เป็นบริษัทที่อยู่ภายในเครือบริษัท สุภัทรา จำกัด ซึ่งก่อตั้งโดยคุณหญิงสุภัทรา สิงหลกะ ดำเนินกิจการให้บริการเดินเรือโดยสารรอบแม่น้ำเจ้าพระยามากว่า 50 ปี มีการปรับปรุงและพัฒนาเส้นทางเดินเรือ รวมไปถึงท่าเรือในความรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันทางบริษัทได้เปิดให้บริการเดินเรือ 4 เส้นทางหลัก ได้แก่ เรือธงส้ม เส้นทางนนทบุรี-วัดราชสิงขร เรือธงเหลือง นนทบุรี-สาทร เรือธงเขียว ปากเกร็ด-สาทร และเรือด่วนปรับอากาศธงแดง นนทบุรี-สาทร